วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ประกาศ


กำหนดสวดพระอภิธรรม หลวงพ่อนิพนธ์ กิติพันธ์ เป็นเวลา ๙ วัน เวลา ๑๘.๐๐ น. ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม

สถานที่ สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีเมี้ยนกรุณา ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี

1. ขอเชิญร่วมไว้อาลัยและน้อมระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ โดยการสวมชุดขาว ในวันทำการของมูลนิธิไทยกรุณา เป็นเวลา ๑๐๐ วัน สิ้นสุดวันอาทิตย์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ฑ.ศ.๒๕๕๙

2. ขอเชิญร่วมพิธีบรรจุสังขาร หลวงพ่อนิพนธ์ กิติพันธ์ ในวันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ณ.สถานปฏิบัติธรรมแม่ชีเมี้ยนกรุณา ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี

3. ในการนี้ จะมีพิธีบวชสามเณรีหมู่ ในเวลา ๐๖.๐๐ น.

4. ขอเชิญร่วม ทำบุญ ถวายภัตตาหารและมิตตาหาร แด่พระสงฆ์ และสามเณรี ในเวลา ๐๙.๐๐ น.

5. ขอเชิญร่วมพิธี เคลื่อนย้ายสังขาร หลวงพ่อนิพนธ์ กิติพันธ์ ในเวลา ๑๑.๐๐ น. และร่วมสวดมนต์ ถวายเป็นพุทธบูชา ในเวลา ๑๒.๐๐ น.

*** มูลนิธิไทยกรุณา จัดเตรียมอาหารตลอดงาน ให้แก่ทุกคนที่มาร่วมพิธีบรรจุสังขาร ***

ไม่เหมือนเดิมแล้วน่ะ

วันวานที่เราท่านยังมีครูบาอาจารย์ หลวงพ่อนิพนธ์ นั่นหมายถึงเราท่านยังมีตัวแทนแห่งอำนาจบุญ

อันหมายความว่า สิ่งใดที่ครูบาอาจารย์ กำหนด รับรู้ เมื่อเราท่านทำตามย่อมเป็นบุญ สามารถใช้เลี้ยงตนได้ โดยไม่ต้องทำนิสัย ไม่ต้องอาศัยสัจจะธรรมนำตน

มาวันนี้ ประตูนั้นก็ได้ถูกปิดลง นั่นหมายความว่า กิจกรรมเดิมที่เราท่านทำในแผ่นดินมูลนิธิไทยกรุณา ประตูบุญก็ปิดไปด้วย นั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวว่า แผ่นดินของมูลนิธิไทยกรุณา จะเหลือก็แต่การทำเพื่อเป็นทานบารมี เท่านั้น

หากใครปรารถนาบุญ เพื่อล้างกรรม เพื่อเลี้ยงตน จำต้องดั้นด้นไปยังแผ่นดินของแม่ชีเมี้ยน ที่สำนักปฏิบัติธรรม แม่ชีเมี้ยนกรุณา เพียงอย่างเดียว

แผ่นดินของมูลนิธิ ก็เป็นได้ แต่เพียงฝึกพื้นฐาน หรือ สถานที่ทดลอง ในการจะทำนิสัยเพื่อสร้างบุญ โดยเริ่มจากการเอกลักษณ์ของศาสนา นั่นคือ ความสงบ แลการให้ หรือ การทำตนเป็นพระเวสสันดร

ส่วนการสร้างบุญ หลวงพ่อนิพนธ์ย้ำว่า ตอนนี้เหลือประตูเดียวที่แม่ชีเมี้ยนทรงชี้ไว้ให้ นั่นคือ การลดนิสัยตน แล้วน้อมนำนิสัยของพระพุทธเจ้า คือ สัจจะธรรม มานำตน เท่านั้นเอง

วันวาน อาจจะทำกิจกรรม ได้บุญ ประกอบกับการทานสมุนไพร ก็พอเลี้ยงตน แต่วันนี้ เมื่อกลายเป็นทาน บางที ทำเหมือนเดิม แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว อาจจะไม่เพียงพอในการเลี้ยงตน หรือ ฟื้นฟูตน ก็เป็นได้

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

เหลืออะไร

นับแต่ปี ๒๕๐๑ ที่แม่ชีเมี้ยนทรงเปลี่ยนเครื่องทรงจากแม่ชี เป็นการห่มสีกลัก ที่บริเวณพื้นที่ที่ตั้งของสำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีเมี้ยนกรุณา ในทุกวันนี้ แล้วพาพระ ๖ เณร ๓ ขึ้นไปพำนักยังถ้ำกระบอก

ผ่านไป ๑๓ ปี ประเทศไทยก็ต้องสูญเสีย แม่ชีเมี้ยน

หลวงพ่อนิพนธ์ กล่าวว่า นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะนั่นคือ การสูญเสียสัญญาอรหันต์ อันหมายความว่า ประเทศไทยจะไม่มีพระอรหันต์ บังเกิดอีกแล้วนั่นเองในยุคนี้

สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนทรงเหลือไว้ให้ อันเป็นไปเพื่อการทดแทนแผ่นดินเกิด นั่นคือ อำนาจที่นำกลับมาจากการให้สัญญาแก่ ท่านจำรูญ และท่านเจริญ แล้วนำอำนาจนี้ไปยังพม่าแทน โดยทิ้งเพียงเสี้ยวของอำนาจมอบให้แก่หลวงพ่อนิพนธ์

จนกระทั่ง ปี ๒๕๓๐ หลวงพ่อนิพนธ์ได้นำอำนาจนี้มาใช้อีกครั้ง ในการตั้งสำนัก "มนต์บาลี" ณ.ที่สถานที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีเมี้ยนอีกครั้ง

ผ่านมา ๓๐ ปี เราท่านก็ต้องสูญเสียหลวงพ่อนิพนธ์ไปอีกท่าน

หลวงพ่อนิพนธ์ กล่าวว่า อำนาจที่แม่ชีเมี้ยนทรงทิ้งไว้ให้ เรียกว่า บุญส่วนกลาง มีไว้เพื่อคุ้มครองตน เป็นหลัก แลเหลือจากนั้น ก็ใช้เพื่อช่วยผู้อื่น เป็นครั้งคราว ตามความจำเป็นที่เห็นสมควร

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายว่า การจะนำบุญส่วนกลางไป ก็ต้องสร้างบุญกลับเข้ามา กระบวนการใช้ ก็เสมือนการให้ผู้คนยืมไปก่อน แล้วสร้างบุญกลับมาใช้คืนนั่นเอง

ดังนั้น วิธีที่แน่นอนที่สุด แลมั่นใจได้ว่า คนผู้นั้นจะสร้างบุญคืนกลับมายังกลองกลาง ก็คือ การให้คนผู้นั้นบวชในหลักธรรมโลกุตระ ของพระภูมีนั่นเอง

กระบวนการนี้จึงถูกนำมาใช้นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา คนป่วยที่ผ่านมือท่าน ไม่ว่าจะเริ่มจากยาเสพติด ไปจนกระทั่งโรคที่ร้ายแรง หมอไม่รับ อาทิ เอดส์ มะเร็งสมอง พากินสัน โปลิโอที่หนักจนกล้ามเนื้อลีบติดกระดูก .... ก็ฟื้นฟูตนจนสำเร็จ ด้วยกระบวนการนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น

ด้วยความไม่พร้อมของหลวงพ่อนิพนธ์ เนื่องด้วยขาดการสนับสนุน จำนวนพระก็มากขึ้น จำนวนผู้ป่วยก็มากทวีคูณ ในที่สุด เพื่อลดภาระ จึงได้ตัดส่วนของพระ ทำการปิดสำนักไป เหลือแต่คนป่วย

นีแลจึงเป็นจุดที่หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่าเป็นความผิดพลาด เพราะด้วยคิดว่า คนป่วยเหล่านั้น จะทำตนเหมือนพระของท่านในอดีต ที่นำบุญส่วนกลางของท่าน ไปช่วยแล้ว คนเหล่านั้น จะกตัญญู สำนึก แล้วทำตน เป็นคนดี สร้างบุญมาคืนท่าน

แต่คนที่ดำเนินตามรอยของพระน้อยกว่าน้อย แลหลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ท่านก็ใช้บุญเพลิน เห็นคนนั้นหาย คนนี้หาย จนกระทั่งบุญนั้นหมดไป เพราะคนที่ช่วยไม่ทำบุญกลับมาคืนท่าน รู้ตัวอีกที บุญที่คุ้มครองตน ก็ไม่เหลือเสียแล้ว

เมื่อครบอายุขัย ในปี ที่สิริอายุ ๗๒ ปี ท่านจึงต้องสิ้นลงตามพรหมลิขิต แต่ด้วยภารกิจที่ดำเนิน ยังไม่ลุล่วง ท่านก็ขอแม่ชีเมี้ยน เพื่อกลับมาสานต่อ

การกลับมาครั้งนี้ จึงไม่มีพรหมลิขิตรองรับ แม่ชีเมี้ยนตรัสว่า ลมหายใจของท่าน จึงขึ้นกับบุญที่คนของท่านสร้าง แล้วมาค้ำจุนท่าน

แลกรรมที่ท่านนำบุญส่วนกลางไปขวางไว้ ให้คนยืมไป แล้วคนเหล่านั้นไม่สร้างบุญมาคืนท่าน หลวงพ่อนิพนธ์ก็ต้องเป็นผู้รับ หลวงพ่อนิพนธ์จึงตกในฐานะ พระเยซู ไป หากอยากจะกลับมา

การฟื้้นกลับมาของหลวงพ่อนิพนธ์ จึงมีความประหลาด ที่หมอต้องพิศวงงงงวย เพราะ เมื่อตรวจความดัน แลความผิดปกติของอวัยต่างๆ ก็ปรากฎว่า ปกติดีทุกอย่าง แต่กลับปรากฎอาการของโรค มากมาย ไม่ว่า เบาหวาน มะเร็ง ไขข้อ ... กับหลวงพ่อนิพนธ์

การกลับมานี้ ประการหนึ่งของการอนุญาติของแม่ชีเมี้ยน หลวงพ่อนิพนธ์ก็กล่าวว่า จะได้รู้ว่าคนรัก คนที่เชื่อ ศรัทธา และทำตาม มีสักเท่าไหร่

ในที่สุด ความจริงก็ปรากฎ เพราะบุญจากคนที่รัก เชื่อ แลศรัทธา ไม่เพียงพอ จะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงลมหายใจของท่าน นั่นคือ ความจำเป็นต้องไปเกิดตามคำของแม่ชีเมี้ยน เพราะสังขารเดิม ป่วนปั่นจนอยู่ไม่ได้แล้วนั่นเอง

สิ่งที่เราท่านสูญเสีย นั่นก็คือ ตัวแทนแห่งอำนาจ บุญส่วนกลางที่ จะเป็นตัวช่วย ให้โอกาสเราท่าน ได้มีกำลัง ทำความดี สร้างบุญ จนกว่าจะเลี้ยงตนของตนได้นั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวว่า เมื่อจะสิ้นท่าน ก็เก็บรวบรวมแหล่งบุญที่ท่านเคยกระจัดกระจาย มารวมอยู่ที่เดียว เหลือให้เราท่านได้พึ่ง นั่นคือ แผ่นดินของแม่ชีเมี้ยน ที่สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีเมี้ยนกรุณา ที่เดียว

ต่อแต่นี้ เราท่านทุกคน ไม่มีบุญส่วนกลาง หรือใบบุญของหลวงพ่อนิพนธ์ ช่วยแบ่งเบา แล้ว บุญที่จักบังเกิดเพื่อช่วยตน ต้องทำเอง

หนทางบุญ หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า แม่ชีเมี้ยนท่านทรงเหลือไว้ให้เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ การไปรับสัจจะจากพระของหลวงพ่อนิพนธ์ ในแผ่นดินของท่าน แล้วนำไปปฏิบัติ

พูดง่ายๆ ก็ต้องกลายเป็นผู้อาสา น้อมนำเอานิสัยพระพุทธเจ้า ไปโชว์ให้สัตว์โลกได้เห็นนั่นเอง เริ่มจากน้อยข้อ น้อยชั่วโมง ตามแต่ทำได้

เราจึงขอย้ำเตือน ในคำของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ทิ้งไว้ให้ว่า สมุนไพรสูตรพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ยังคงมีฤทธิ์ แต่ก็ระดับช่วยได้ระดับหนึ่ง นั่นคือ ฟื้นฟุร่างกาย ให้กลับมามีโอกาสได้สร้างตัวกระทำที่เป็นบุญ หากกรรมที่มีไม่สาหัส ก็อาจเพียงพอให้หายได้ แต่ชีวิตก็ใช่ว่าจะปลอดภัย

หนทางที่ปลอดภัย เมื่อได้โอกาสจากสมุนไพรแล้ว อย่าปล่อยเลยไป ให้รีบเรียนรู้ นิสัยพระพุทธเจ้า จากพระของท่าน แล้วทำตนเป็นผู้อาสา น้อมนำนิสัยอันนี้ เป็นตัวแทนของพระภูมี ไปแสดงให้สัตว์โลก สร้างสุขให้สัตว์โลก เพื่อเป็นบุญย้อนมาช่วยตน

อย่าลืมคำที่ท่านสอนชี้ให้เห็นความจริงของธรรมหมวดนี้ ที่แม่ชีเมี้ยนทิ้งไว้ให้ ที่ว่า "สมุนไพรเพียงล้างโรค แต่ธรรมของพระภูมีล้างกรรมได้"

ณ.ตอนนี้ จึงเข้าสู่เส้นทางที่จะต้องพึ่งตนของตนล้วนๆ ไม่มีแม่ชีเมี้ยน ไม่มีครูบาอาจารย์หลวงพ่อนิพนธ์ มาแบ่งหนักเป็นเบาให้แล้ว ... ใครทำ ใครได้ ใครทำได้ คนนั้นรอด

วันวานเราท่านยังได้พึ่ง บารมีแม่ชีเมี้ยน บารมีครูบาอาจารย์หลวงพ่อนิพนธ์ ถึงตอนนี้ ต้องอาศัยการทำสัจจะของตนเพียงอย่างเดียว หากจะอยู่ให้รอดพ้นภัยพิบัติที่ใกล้จะมาเยือนเต็มทีแล้ว เพื่อรักษาตนจนกว่าจะได้พึ่งบารมีของพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ ที่พม่านั่นเแล