วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

รื้อบ้านพังรั้ว


การฟื้นฟูด้วยหลักสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ทำไมไม่สนโรค หรือต้องวินิจฉัยโรค

เพราะนั่นเป็นปลายเหตุ การแก้อาการที่เกิด จึงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุแห่งโรค การรักษาจึงไม่มีทางหาย

เหตุใหญ่พระภูมี ชี้ให้เห็นว่ามาแต่กรรม เมื่อกรรมมาอุบัติ ผลคืออวัยวะเสื่อมโทรม โรคจึงปรากฎ

แล้วการตายที่เกิด หลวงพ่อนิพนธ์สาวลงไปให้เห็นว่า คนที่ตายด้วยโรคแท้จริงมีกี่คน ไม่เคยมีใครถาม ไม่เคยมีใครอยากรู้

น้อยคนนักในยุคนี้ที่จะตายด้วยโรค ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากผลข้างเคียง แล้วโยนความผิดให้โรคเป็นแพะไป

คนตายด้วยโรคมะเร็ง มะเร็งยังไม่ทำให้ตาย แต่เจอคีโม เจอฉายแสง ร่างกายรับไม่ไหว ทานอาหารไม่ได้ ไม่ต้องถึงมะเร็งหรอก แค่นี้ก็เป็นโรคขาดอาหารตายแล้ว ยิ่งอันโน้นห้ามอันนี้ห้าม ร่างกายค่อยๆขาดสารอาหารทีละนิด จนในที่สุดระบบล้มเหลวตายก่อนมะเร็งซะอีก

หลายกรณีที่เห็น ตอนเข้าโรงพยาบาลเลือดก็ปกติ นอนไปเรือยๆ บอกเป็นที่มีสุขอนามัยดีเลิศ ไม่ว่าอาหาร สภาพแวดล้อม นานไปติดเชื้อในกระแสเลือดตายซะงั้น ไม่เกี่ยวกับโรคเลย

หลักสมุนไพร จึงมุ่งเน้นจุดตาย เสมือนการพังบ้านพังรั้ว พังเมือง ย่อมต้องทำลายจุดที่อ่อนที่สุดนั่นเอง

การสังเกตุอาการแล้วหยุดอาการที่เป็นสาเหตุแห่งการทำให้ตายได้ เมื่อทำลายจุดอ่อนไม่ได้ ข้าศึกย่อมอ่อนล้า ล่าทัพไปเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงไม่ให้กังวลเรื่องโรค แตสอนให้สังเหตุอาการ แล้วดูว่า อาการนั้นรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่ ถ้ามีต้องรีบหยุดอาการนั้นๆให้เร็วที่สุด

ตัวอย่างที่เราเคยเห็นในอดีต คนไข้เอดส์ระยะสุดท้ายท่านหนึ่ง มาหาหลวงพ่อนิพนธ์ ในสภาพที่นอนช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ยังทานได้บ้าง หลวงพ่อนิพนธ์ จัดสมุนไพรให้พักฟื้น จนสภาพดีขึ้นสามารถไปพักฟื้นที่บ้านได้

หลวงพ่อชี้จุดตายแก่ญาติคนไข้ว่า ทุกส่วนยังดีอยู่ จะมีก็แต่ปอดที่ทำงานได้น้อยช่วยตัวเองยังไม่ได้ ต้องให้อ๊อกซิเจนทางสายช่วย แล้วทานสมุนไพร รอจนกว่าจะฟื้นจึงพ้นวิกฤต

คนไข้ท่านนี้ กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ไม่นานญาติก็แจ้งข่าวมาว่าเสียชีวิต หากแต่เขาไม่ได้ตายด้วยโรคเอดส์ เขาตายเพราะภรรยาที่เฝ้าออกไปซื้อของ โดยไม่ได้ดูอากาศที่เหลือในถัง เขาตายเพราะอากาศหมดถัง หายใจไม่ทัน

ไม่ต้องสนหรอกว่าโรคที่เป็นคืออะไร แต่ต้องละเอียดรอบครอบหมั่นสังเกต ว่าอาการใดหากรุนแรงคนป่วยจะทนไม่ไหว หยุดให้ทัน

โดยเฉพาะคนประเภทที่ตอนนี้ยังทานได้ แต่เบื่ออาหาร ไม่ยอมทานอาหารให้ครบห้าหมู่ที่ร่างกายต้องการ วันข้างหน้า อาจเกิดสภาวะทานไม่ได้หรือทานได้น้อยมาก ร่างกายก็ขาดพลัง ไม่ทันตายด้วยโรค คนเหล่านี้ขาดอาหารตายก่อน โดยเฉพาะคนป่วยมะเร็ง ถึงเวลานั้นอยากจะทานก็ไม่ทันแล้ว

หลักของพระภูมี จึงสอนให้ทานอาหารให้ครบตามที่ร่างกายต้องการ ไม่มีเว้น

บมสรุปหลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า "กินได้ไม่ตาย ไม่กินน่ะตายแน่ ไม่ต้องรอโรคทำให้ตายหรอก"

ไม่สงสัยบ้างเลยหรือ คำวินิจฉัย ตายเพราะติดเชื้อในกระแสโลหิต เป็นทั้งๆที่ฉีดยาฆ่าเชื้อนั่นแหละ เดิมมันไม่มี แล้วมันมีเชื้อมาตอนไหน เพราะอะไร

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ


การกำหนดกิจกรรมใดๆของหลวงพ่อนิพนธ์ย่อมต้องดูผลแห่งการกระทำนั้นๆเป็นหลัก หาใช่ทำตามใจนึก ใจอยาก แต่ล้วนทำแล้วมีผลทั้งสิ้น

กิจกรรมต่างๆ จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง แต่ก็ต้องยอมรับว่า หลายคนไม่ถูกใจ ไม่ชอบ ไม่อยากทำ

จึงยกเรื่องเล่าที่มีคนเขียนประสพการณ์ของตนในมูลนิธิจากเวปอื่นๆ มาให้พิจารณา

จะเล่าอะไรให้ฟัง

ผมพาพ่อและคนที่บ้านไปรักษามาแล้ว

พ่อผมเป็นเบาหวาน รักษาอาการดีขึ้น แต่รับไม่ได้ที่หลวงพ่อพูดนาน และพูดไปเรื่อยเปื่อย ท่านอยากหายไวๆ กะว่า ไปไม่กี่ครั้งหาย แต่ก็ไปได้แค่ไม่กี่ครั้ง ก็ท้อ ไม่ไป ไปที่อื่น เพราะทานยาแล้วผิวหนังคัน แต่เบาหวานลดลง แต่การคันแล้วทนการอบตัวไม่ไหว เพราะผุพอง เลยไม่ไปอีก อีกทั้งเบื่อเจ้าหน้าที่ อ่านในคอมเมนต์พวกนี้ เลยผสมปนเป ไม่อยากไป

ก็เลยลองไป นครปฐม สิงห์บุรี กรุงเทพ ฯ จำไม่ไหว ลองไปทั่ว เหมือนเดิมต่อ เหมือนก่อนที่จะไปที่มูลนิธิที่กาญจน์ รวมทั้งกลับมาซื้อยาอาหารเสริมกิน เสียเงิน แล้วก็เสียเงิน ทุกครั้งก็จะเล่าให้คนขาย หรือที่นั้นๆ ฟังว่า ไปที่ไหนมา ผมเองก็นั่งฟังเฉยๆ คำพูดก็เหมือนในเว็บนี้เพราะอ่านมานาน ตอนแรกๆ ก็ติดลบ เพราะเชื่อในคำพูดตัวโตๆ ว่ากล้าออกมาแฉแบบสรยุทธ มันส์ดี อ่านแล้วชอบ เพราะไม่เชื่ออีกทั้งไม่เคยรักษาด้วยตนเอง

แต่พอญาติอีกคนเป็นสะเก็ดเงิน เค้าไปรักษาตามที่พ่อผมเคยแนะนำก็หายดีขึ้นมากจากทรมานมานาน เรียกได้ว่า รักษามาเยอะทั้งอาหารเสริม สารพัดยี่ห้อของไทย ของนอก สมุนไพรขายตรง ยาเคมีโรงพยาบาล แต่ก็ไม่หายตอนนี้หายสิ้น ไม่มีอาการสะเก็ดเงินแล้ว ไปสอบถามเค้าดู ก็บอกว่า ศรัทธา อบตัว ทำสมาธิ พร้อมทานสมุนไพรตามที่เค้ากำหนดมาอย่างเคร่งครัด เปลี่ยนจิตใจให้เป็นผู้ให้ อดทนรอคิวได้ ยึดคำสอนของหลวงพ่อมาปฏิบัติ สิ่งที่บังเกิดคือ หาย ดีขึ้นเรียกว่า เกือบ 99% ผมเลยบังคับพ่อกลับไปรักษาอีกครั้ง และตอนนี้ดีขึ้นมาก

โดยปกติญาติผมไม่ว่าไปที่ไหน ญาติบอกมาว่า ก็จะทานยาเคมีหรือสมุนไพรเคร่งครัดเสมอ แต่ก็ไม่หายดูเหมือนจะดีขึ้นในระยะแรกๆ แต่ก็กลับไปเหมือนเดิม แต่ที่มูลนิธิไทยกรุณา ญาติบอกว่า ตอนแรกๆ คันและเห่อขึ้นอย่างมาก แต่อดทนและลองทำตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำก็หายดีมาก สมุนไพรที่หลวงพ่อนิพนธ์และตามตำราแม่ชีเมี้ยน นั้นดีมาก ญาติบอกว่า ไปคุ้ยไปกระทุ้งออกมาจริงๆ ทั้งสะเก็ดเงิน ทั้งผื่นคัน ตอนแรกๆ แทบไม่กล้าไปไหนเพราะเห่อขึ้น พอสักพักก็หายดีขึ้น ดีขึ้น จากเดิมญาติคนนี้ไม่เคยเชื่อเพราะเข็ดกับการรักษาแบบทางเลือก เพราะเสียเงินค่ายาไปเยอะ พอมาที่นี่ไม่ต้องเสียเงิน แค่อุดหนุนซื้ออาหารทาน ไม่เคยบริจาคเงินอะไรทั้งสิ้น นอกจากอุดหนุนสินค้า ทานอาหาร เพราะต้องเจียดเงินเป็นค่าเดินทางไปแต่ละครั้ง ญาติฝากขอบคุณหลวงพ่อนิพนธ์และเจ้าหน้าที่ทุกคน จากตอนแรกไม่เข้าใจ

ที่นี่ไม่ต้องเสียเงิน แค่อุดหนุนซื้ออาหารทาน ไม่เคยบริจาคเงินอะไรทั้งสิ้น นอกจากอุดหนุนสินค้า ทานอาหาร เพราะต้องเจียดเงินเป็นค่าเดินทางไปแต่ละครั้ง ญาติฝากขอบคุณหลวงพ่อนิพนธ์และเจ้าหน้าที่ทุกคน จากตอนแรกไม่เข้าใจทำไมต้องเคร่งครัด ทำไมต้องเข้มงวด ตอนหลังๆ มาเข้าใจดีและรู้สึกโชคดีมากๆ

ส่วนตัวผม ขอสรุปให้ว่า พวกรักษาเก็บเงิน ขายยา น่าจะเดือดร้อนมากที่สุด รองลงมา พวกไม่ตั้งใจหรือไม่ทำความเข้าใจ ให้ปฏิบัติตามได้

เพราะผมนี่แหล่ะมีประสบการณ์ตรงที่ว่า จากเงินที่ต้องไปจ่ายซื้อยา อาหารเสริม พวกสมุนไพรที่นำมาสกัดขาย จ้างดรงงานผลิต แบบไม่รู้คุณค่าที่แท้จริง ทำให้ผมรู้ดีว่าอะไรคือของจริง อะไรคือของปลอม เพราะจ่ายเงินไปเยอะมากรักษาคุณพ่อ ต่างอวดอ้างสรรพคุณ พูดโจมตีคนอื่น ยิ่งรู้ว่าที่ไหนรักษาฟรี พวกนี้จะบอกว่า เชื่อถือไม่ได้ อันตราย หลอกลวง สุดท้ายก็เหมือนกันตรงที่ว่า สินค้าของตนเองดี ชวนผม ไปทำขายตรงด้วยกันอีก เฮ้อออ

ในความคิดผม จากที่เคยเห็นหลายคนที่ไปมูลนิธิ ระหว่างผมนั่งรอยาก็จะเห็น ทั้งมาแบบโดนลากขึ้นรถมา ฉุนเฉียวโมโห ไม่อยากรอ อยากไปให้พ้นๆ แต่เกรงใจเพราะต้องพาญาติมารักษา ซึ่งตอนแรกๆ ผมก็เป็น ก็อดขำไม่ได้ เพราะตนเองก็เคยเป็นแบบนั้น ขี้เกียจรอ

ไม่มีครูฝึกที่ไหนที่ไม่โหด เพราะรู้ดีว่า สิ่งที่ต้องเผชิญนั้น ราคาคือชีวิต ความทุกข์ที่เราท่านได้รับ น้อยนิดนัก ที่ทำเพื่อแลกกับความทุกข์จากโรคในภายภาคหน้าที่จะบังเกิด

หากแต่ต่างจิตต่างใจ สถานที่นี้หลวงพ่อนิพนธ์ตั้งมาด้วยเจตนาดี เป็นตัวแทนของแม่ชีเมี้ยน เสนอตนมาเป็นทางเลือก มาลองแล้วชอบก็ทำตาม ไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน

ดังนั้น หลวงพ่อนิพนธ์สอนให้เคร่งครัด บังคับตน ให้เกิดความสงบ เป็นสิ่งถูกต้อง ทำแล้วช่วยตนได้ แต่มันจะไม่ถูกใจใคร ก็ช่วยไม่ได้ ไม่อยากทำตาม ไม่สน จะอ่านหนังสือ จะทำงาน จะนั่งเล่นโทรศัพท์ จะคุยกัน ไม่ว่า ... เพราะฟ้าดินเขาบัญญัติหนทางไว้แล้ว ใครทำ ใครได้

หากผลแห่งการกระทำไม่สำเร็จ โทษใครไม่ได้เลย

สัปดาห์ที่แล้ว ญาติคนไข้ท่านหนึ่งแจ้งว่า คุณแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งสิ้นแล้ว แต่ดีใจมากเพราะท่านไปสงบ จนวาระสุดท้ายก็บอกลาลูกๆ แล้วขอนอน ภาพนี้ทำให้คุณหมอเจ้าของไข้ถึงกับต้องถามเจ้าของไข้ว่า ให้อะไรคุณแม่ทาน เพราะผลตอบรับดีกว่ามอร์ฟีนในมือหมอมากนัก เสียดายที่เจอช้า เพราะคุณแม่ของหมอก็จากไปด้วยมะเร็งเช่นกัน แต่สภาพต่างกันราวฟ้าดิน แลทิ้งท้ายว่า จัดงานเสร็จ ก็จะมากราบขอบคุณหลวงพ่อนิพนธ์

แต่ที่เราเสียดายยิ่งกว่า ด้วยหนทางที่ดีกว่านั่นคือ การมีพระและส่งเสริมพระ ที่ทรงวินัยของพระภูมีเยี่ยงอดีตพุทธกาล เพิ่งจะถูกรื้อฟื้น หนทางแห่งความสำเร็จในการฟื้นฟูตน จะเปิดกว้างกว่านี้มากมายนัก

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไม่ปลอดภัย

สมุนไพรสูตรพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ให้หลวงพ่อนิพนธ์ทำ แม้นจะดีเลิศสักปานใด ช่วยให้หายโรคได้ก็ตามแต่ หากแต่ก็ยังเรียกไม่ได้ว่า ชีวิตเราท่านจะอยู่ในสถานะปลอดภัย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักสอนเสมอว่า สมุนไพรหยุดได้แค่โรค แต่หยุดกรรมไม่ได้

หลายคนหวังว่าทานให้แค่พอประทัง รับอาการโรคไหว ช่วงไหนดีก็หยุด พออาการแย่ก็กลับมาทาน เรียกว่าไม่ได้หวังหาย

คนจำพวกนี้จึงไม่เน้นการปฏิบัติใดๆ เพราะไม่คิดทำตนอยู่แล้ว เสมือนเป็นนักเรียน ก็ไม่ยอมเรียน ไม่ยอมขึ้นชั้น

เมื่อคนประเภทนี้มากเข้า เรียกว่าพลังลบมากกว่าพลังบวก ภาพที่ปรากฎจึงหาความสงบไม่ได้ นานเข้า คนที่อยากช่วยตน หรืออยากทำ ก็รักษากรรมฐานตนไม่ได้ โดนกลืนกิน แทนที่จะเป็นวัดศักดิ์สิทธ์ ก็ค่อยๆ กลายเป็นตลาดไปทีละน้อย

ธรรมที่สอนสั่ง มีค่าล้ำดุจแก้วมณี ตกอยู่ในฝูงลิง หาค่าไม่ได้เลย

ช้าเร็วเส้นทางนี้ก็จะถูกเราท่านทำลายความศักดิ์สิทธ์จนสิ้นเสมือนถ้ำกระบอกในอดีตนั่นเอง ทีนี้กินไปเถอะ ต่อให้อาบก็หาผลในการช่วยตนไม่

ท้ายที่สุด การฟื้นฟูตน จึงถูกบีบให้กลับไปเหลือทางเดียว นั่นคือการปฏิบัติธรรมวินัยเป็นสำคัญ สมุนไพรเดินตาม กินก็ได้ ไม่กินก็ไม่เป็นไร

เพราะการเดินตามธรรมวินัย โดยเฉพาะการบวช ผู้ทำทำตลอด 24 ช.ม. ที่สำคัญ มีปรารถนา ที่ไม่เพียงแต่พัฒนากายเพียงอย่างเดียว แต่ฝึกฝนเคี่ยวกร่ำตน เพื่อพัฒนาจิตใจ แลนิสัยเป็นบุญ

บุญเท่านั้นที่พระภูมีทุกพระองค์พิสูจน์ให้เห็นว่า ชนะกรรม ชนะเวร ที่ทำมาได้

คนหายโรคจึงไม่ใช่ผลงานที่แท้จริงของศาสนา หากแต่คนที่พัฒนาจิตใจแล้วไซร่ ไม่สร้างทุกข์ให้ผู้อื่นสนืเกนสนนี่จึงเป็นผลงาน เป็นคนรู้บาปบุญ เรียกว่าชาวศิวิไลซ์

คนที่พัฒนาจิตใจแล้ว ชีวิตจึงปลอดภัย และจะได้กายที่ดีไม่มีโรคเป็นของแถม

เราจึงอยากเตือนว่า เค้าลางมันบอกเรือสมุนไพรอาจจะล่มได้ หากแต่เรือของการปฏิบัติ ไม่ว่าบวชชี บวชพระ เป็นเรือที่มั่นคง ไม่มีวันล่ม เห็นผลแน่นอน

คนไม่มีนิสัยธรรมนำ เป็นคนดีไม่ได้หรอก สมุนไพรมีไว้สนับสนุนคนดี การทานแบบฆราวาส จึงยากที่จะประสพผล การบวชปฏิบัติธรรมวินัย จึงทำให้การทานสมุนไพรให้ผลมหาศาล เพื่อเกื้อหนุนผู้ปฏิบัติในการทำตนเป็นคนดีนั่ยเอง

เสียดายตัวอย่างคนดียุคนี้ยังไม่มี คนดียุคก่อนๆก็ไปนิพพานกันหมดแล้ว

ใครหวังยาเคมี ไม่มีทาง ใครหวังสมุนไพรก็ยากยิ่ง ใครหวังธรรมวินัย จักได้สัมผัสปาฏิหารย์ ต่อให้โคตรโรค ร้ายแรงสักฉันใด ... ก็จบ เพราะธรรมชนะกรรม โรคมันแค่บริวารกรรมจะเหลืออะไร